บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มิถุนายน, 2016

#CreativeTalk6 'The One Behind The Scene' เพราะทุกงานล้วนมีคนเบื้องหลัง

รูปภาพ
ไปแอ่วงาน Creative Talk (6) มาอีกครั้ง กับตอนที่มีชื่อว่า The One Behind The Scene แน่นอนว่าครั้งนี้ ต้องผ่านการลงสนามรบแย่งชิง Ticket เวลา 07.00 น. (วันที่ 31 พ.ค. 2559) อีกเช่นเคย ด้วยความที่มีประสบการณ์จากครั้งที่แล้ว ครั้งนี้บอกเลยว่า "ลุ้น" และ "ตื่นเต้น" เหมือนเดิม 555+ เนื่องจากครั้งนี้มีการ Limit จำนวน Ticket ต่อคนไว้ที่ 2 ก็เลยหมดช้ากว่าคราวที่แล้ว

ถึงแม้เราจะลงเสร็จตั้งแต่นาทีแรก แต่ด้วยความที่อยากรู้ด้วยว่ามันจะเต็มเมื่อไหร่ ก็เลย Refresh ดูเรื่อยๆ พบว่า 15 นาทีแรก มันบอกว่า "หมด" แต่สักพัก ก็เปิดให้ลงใหม่ แล้วก็หมดจริงๆ ตอนประมาณ 36 นาที #นั่งดูขนาดนี้ไปแข่งแฟนพันธุ์แท้เลยไม๊

ตัดภาพมาวันเสาร์ที่ 11 มิ.ย. 2559

ครั้งนี้เปิดให้ลงทะเบียน 12.00 น. สถานที่คือ หอศิลป์ ตรงข้าม MBK เช่นเคย เรามาถึงตอนประมาณ 12.30 น. เอา QR Code ให้เค้า Scan เสร็จแล้วก็จะได้กระดาษกำหนดการมาพร้อมกับ Sticker กลมๆ ให้แปะเพื่อเข้างาน

ที่พิเศษครั้งนี้คือ มีข้าวหน้าไก่ (จาก ClaimDi) และน้ำดื่ม Sprinkle ให้กินก่อนเข้างานด้วย แฮ่


ระหว่างนั่งรอเวลา 13.00 น. ก็มีเปิดคลิปการบุกบ้…

UX TALK 3 - Empathy - ได้ความรู้อะไรมาบ้าง?

รูปภาพ
จากที่ได้กล่าวไปใน Blog ก่อนหน้าว่า ไปเป็น Staff งาน UX Talk 3 มา ก็เลยจะขอออกตัวก่อนเลยว่า ความรู้ที่ได้รับมา แล้วเอามาเขียนใน Blog นี้อาจจะไม่ครบถ้วนเท่าไหร่ เพราะมัวแต่เปิดวาร์ปวิ่งไปมาอยู่ 

เริ่มเลยแล้วกันฮะ


Luxury by Design - พี่ไวท์ทุกอย่างคือ User experience ทุกอย่างสามารถออกแบบได้ การที่ขึ้นลิฟต์แล้วลิฟต์ติด การนั่ง Uber ก็นับเป็น experienceBackground ของพี่ไวท์ เป็น designer แต่อยากทำ software/application : application ที่ทำก็มีงานขายของแสนสิริ, งานขายประกันจากเดิมที่เมื่อก่อนเป็น command line ก็เปลี่ยนมาเป็น graphic user interface (GUI) ตอนนี้ก็เป็น natural user interface (NUI) คือการเป็น touch screen นั่นแหละ และยุคต่อไปจะเป็น voice user interface (VUI) สิ่งที่สังเกตได้ชัดเลยคือ learning curve มันลดลงเรื่อยๆ เด็กน้อยตัวจิ๋วเปิด Youtube เป็น คุณตาคุณยายสามารถส่งรูปดอกไม้ สวัสดีวันต่างๆ ใน Line ได้ ที่พวกเราต้องทำคือ "ตีโจทย์ลูกค้าให้แตก" เข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง แล้วตี business ออกมาเป็นงาน designEmpathy VS Ego มันอยู่กันคนละขั้ว Luxury กับ Budget ก็อยู่คนละข้างเหมือน…

ไปโผล่งาน UX TALK 3 แบบมี วอ วิทยุอยู่ในมือได้ยังไงกัน?

รูปภาพ
ตอนที่เห็นงาน Event นี้เปิดตัวในสื่อออนไลน์อย่าง Facebook ความรู้สึกแรกที่แวบเข้ามาคือ อยากไปมาก (ก ล้านตัว) UX TALK 3 ตอน Empathy : Understanding Feelings of Another คือ Speaker ล้นหลามอะไรเบอร์นั้น บัตร Early Bird ราคา 900 บาท บัตรปกติ ราคา 1,600 บาท ขณะที่กำลังลังเลว่าจะไปงานได้ไม๊ เนื่องจากมี Tentative อีกงานเอาไว้ก่อนแล้ว บัตร Early Bird ก็หมดจ้า!


พอเห็นว่าเหลือแค่บัตรปกติ ก็กลืนน้ำลายดังเอื้อก... สงสัยจะไม่มีวาสนาได้ไปซะแล้วสิ T^T หลายคนอาจมองว่าบัตรราคาปกติก็ไม่ได้แพงอะไร แต่คนเราให้คำนิยามของราคาไม่เท่ากันแหละเนอะ อย่าเถียงกันเลย เหนื่อยเปล่า เอาเป็นว่าทำใจดีกว่า แล้วฝากคนที่ไปงานจดอะไรมาเผื่อด้วย Pls.

แต่ๆ วันที่ 3 พ.ค. 2559 เกือบ 22.00 น. พี่ป๋อมก็ทัก chat ใน facebook มาเกี่ยวกับงานนี้ ถามว่า อยากไปงานนี้ไหม ได้ซื้อบัตรหรือยัง... ให้ไปช่วยงานแต่ไม่มีเงินให้ จะไปทำไหม

โอ้โห เหมือนแสงสว่างส่องลงมาจากฟากฟ้า ด้วยเหตุนี้เอง จึงรีบไปขอเลื่อนงานที่ Tentative เอาไว้ เพราะอยากไปงานนี้มากจริงๆ แล้วก็ สำเร็จ!

วันที่ 6 พ.ค. 2559 ก็ตัดสินใจบอกพี่ป๋อมว่า ไปด้วยยยย แต่พี่ป๋อมก็สกัดความหวัง…